แสดงบทความตามหมวด ‘: สถาปัตยกรรม-ก่อสร้าง’

แนวทางสำหรับการขนส่งสเตนเลสเสริมคอนกรีต (Stainless Steel Rebar Guidelines)

การใช้งานทั่วไป สเตนเลสถูกใช้เสริมแรงในคอนกรีตเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงคอสะพาน ผนังกั้น เสาค้ำ โรงจอดรถ ทางเดินเท้า  เขื่อนและงานโครงสร้างในทะเลต่างๆ (กำแพงกั้นคลื่น สะพานยาว สันเขื่อน ท่าเทียบเรือ เป็นต้น) สิ่งสำคัญที่มีผลต่อการเลือกใช้สเตนเลส คือ ความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อน โดยสเตนเลสเสริมคอนกรีตจะต้องมีสมบัติความเป็นแม่เหล็กต่ำ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยใช้เทคนิคการสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก (MRI) และพื้นฐานของเครื่องยนต์ไฟฟ้า วัสดุประเภทอื่น เช่น เหล็กกล้าคาร์บอน   ผลิตภัณฑ์เคลือบผิวที่ถูกใช้ในสภาวะการใช้งานที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นชายฝั่งทะเล ถนนบริเวณชายฝั่ง จะเกิดการกัดกร่อนจากคลอไรด์  โดยวัสดุเหล่านี้มีความต้านทานการกัดกร่อนที่ไม่เพียงพอ  ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและการดูแลรักษาที่สูงขึ้นในภายหลัง  หากต้องการเพิ่มอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา  สเตนเลสจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและราคาเหมาะสม   สเตนเลสมีความต้านทานการกัดกร่อนจากคลอไรด์ที่ดีเยี่ยมเมื่อถูกใช้เป็นตัวเสริมแรงในคอนกรีตซึ่งได้ถูกพิสูจน์แล้วจากงานศึกษามากมาย ข้อแนะนำในการขนส่ง การขนย้าย กระบวนการการประกอบ การผลิตและการจัดเก็บ ของสเตนเลสเสริมคอนกรีต คำอธิบายทั่วไป สเตนเลสเสริมคอนกรีตจะมีลักษณะผิวขรุขระและทนทาน เพื่อที่จะเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนของสเตนเลสเสริมคอนกรีต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความใส่ใจในเรื่องของการขนส่ง ขนย้าย กระบวนการประกอบ การผลิตและการจัดเก็บ ตัวอย่างเช่น ถ้า สเตนเลสเสริมคอนกรีตสัมผัสกับเหล็กกล้าคาร์บอน หรือเหล็กกล้าผสมต่ำ อาจเป็นสาเหตุทำให้อนุภาคเหล็กมายึดติดกับสเตนเลสได้ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดคราบต่างๆ ที่ผิวสเตนเลส ถึงแม้ว่าสเตนเลสจะมีความต้านทานการกัดกร่อนมากกว่าเหล็กกล้าคาร์บอน โลหะผสมบางชนิด ซึ่งจะทนทานต่อการเกิดการคราบต่างๆ ที่พื้นผิวหรือการกัดกร่อนเฉพาะที่ในสภาวะแวดล้อมที่ปนเปื้อนด้วยคลอไรด์ก็ตาม แต่สเตนเลสเสริมคอนกรีตควรที่จะถูกปกป้องจากการสัมผัสโดยตรงกับคลอไรด์ […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด แนวทางสำหรับการขนส่งสเตนเลสเสริมคอนกรีต (Stainless Steel Rebar Guidelines)

สเตนเลสในงานสร้างอุโมงค์ (Stainless Steel in Tunnel Construction and Applications)

สเตนเลสในงานก่อสร้างอุโมงค์ โดย เดวิด เจ โคเชรน  (David J. Cochrane) ที่ปรึกษาสถาบันนิกเกิล  ; เบอร์นาด เฮริเตอร์  (Bernard Heriter), ISSF; และ อลีนคา คอสแมค (Alenka Kosmac), Euro Inox อุโมงค์มีประสิทธิภาพดีมากในการอำนวยจราจลให้เกิดความลื่นไหลทางถนนและทางราง และยังลดเวลาการเดินทางลง อุโมงค์จะใช้ในการลำเลียงทั้งคนและสิ่งของและสามารถมีความยาวเพียงไม่กี่เมตรจนถึง 50 กิโลเมตรหรือมากกว่าทีเดียว โดยนิยาม อุโมงค์ปกติจะอยู่ใต้ดินเสมอ อย่างไรก็ตาม สภาพของเส้นทางอาจจะกว้างมาก บางเส้นทางอาจอยู่ใต้ทะเล บางเส้นทางทะลุภูเขา ด้วยสภาพที่หลากหลายแบบนั้นหมายถึงแต่ละอุโมงค์จะมีองค์เฉพาะอย่างเมื่อมีการเลือกใช้วัสดุในงานก่อสร้าง ทุกอุโมงค์จำเป็นต้องใช้งานโดยอาจไม่มีการดูแลซ่อมบำรุงตลอดเป็นเวลาร่วมทศวรรษ วัสดุที่เลือกใช้ในงานก่อสร้างต้องสอดรับกับข้อจำกัดดังกล่าว ซึ่งโดยสภาพอาจมีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อนและอันตราย การใช้อุโมงค์อาจส่งผลกระทบต่อวัสดุที่ใช้ภายในอุโมง จากงานศึกษาที่แสดงในเอกสารนี้แสดงให้เห็นว่า สภาพบรรยากาศในอุโมงค์อาจมีความแตกต่างกันมากขึ้นกับการเลือกใช้ถนนสำหรับยวดยานต์หรือรถรางไฟฟ้า เอกสารนี้ได้จัดเตรียมกรณีศึกษาสำหรับอุโมงค์ปัจจุบันจากรอบโลก สเตนเลสที่มีการใช้งานทั้งหมดและรวมถึงเกรดที่มีนิกเกิลผสมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเป็นเวลานานและมีจุดเด่นด้านได้เปรียบในแง่ธุรกิจ ทำไมถึงใช้สเตนเลสในอุโมงค์ ? สเตนเลสมีให้เลือกใช้หลากหลายส่วนผสมและหลายรูปทรงและสามารถตอบสนองสภาพที่เลวร้ายได้ โดยที่ไม่ต้องการเพิ่มการป้องกันผิวเพื่อช่วยต้านทานการกัดกร่อน และมันต้องมีความแข็งแรงสูงและมีคุณสมบัติทนต่อไฟซึ่งทำให้มีอายุใช้งานทนทานยาวนานเพียงการดูแลเล็กน้อยหรือไม่ต้องดูแลเลยยิ่งดี วิศวกรรมอุโมงค์ปรับใช้สเตนเลสทั้งส่วนที่มองเห็น เช่น ประตูกันไฟและผนังกันไฟ และในส่วนที่มองไม่เห็นเช่นโครงรับแรง การตรวจตราเป็นเวลานานในสภาพบรรยากาศและสภาพการใช้งานในอุโมงค์ทำให้จำเป็นต้องกำหนดคุณลักษณะของสเตนเลสที่ใช้เป็นองค์ประกอบ เช่น การยึด  […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด สเตนเลสในงานสร้างอุโมงค์ (Stainless Steel in Tunnel Construction and Applications)

แนวทางการใช้สเตนเลสฝังดิน (GUIDELINES FOR USE OF STAINLESS STEEL IN THE GROUND)

แนวทางการใช้สเตนเลสฝังดิน   สเตนเลสสามารถใช้งานใตัดินได้ดี มีความแข็งแรงกว่าโพลิเมอร์และทองแดง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนจากคลอไรด์และกรดน้ำส้ม (Acetic acid) ได้ดีกว่าเหล็กคาร์บอนและเหล็กการ์วาไนส์ (galvanised steels)   คุณภาพการใช้งานโดยฝังสเตนเลสไว้ใต้ดินขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของดินที่ใช้ฝัง  หากดินมีความต้านทานไฟ้ฟ้าสูงและมีระบบการถ่ายเทน้ำได้ดี การใช้งานจะดีมากแม้ว่าอยู่ในสภาพที่อาจมีวัสดุที่ไม่ประสงค์มากระทบก็ตาม   กฏเบื้องต้น สถาบันนิกเกิลแนะนำว่าการฝังสเตนเลสไว้ในดินโดยไม่มีการห่อหุ้มผิวสเตนเลสจำเป็นต้องมีองค์ประกอบต่อไปนี้ ไม่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว (stray currents)  หรือ ไม่มีแบคทีเรีย (bacteria) ที่อาศัยออกซิเจนในการดำรงชีพ ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) มากกว่า 4.5 ความต้านทานไฟฟ้าสูงกว่า 2,000 โอห์ม. เซ็นติเมตร (ohm.cm)   ข้อแนะนำเพิ่มเติมรวมถึงการต้องไม่เกิดออกซิไดส์ซิ่งแมงกานิสหรือไอออนเหล็ก ต้องหลีกเลี่ยงวัสดุที่มีธาตุคาร์บอนเป็นส่วนประกอบคงอยู่ในสภาพไม่เสียรูป มีระบบการระบายดี หากแนวป้องกันสเตนเลสเกิดแตกก็ทำได้เพียงทำให้พิกัดความต้านทานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ต้องตรวจวัดให้เกิดความมั่นใจว่าความชื้นหรือเกลือมีน้อยและให้มั่นใจว่าความต้านทานไฟฟ้ายังไม่ต่ำกว่า 10,000 โอห์ม. เซ็นติเมตร (ohm.cm) หรือ  ต้องเพิ่มแนวทางการป้องกันการกัดเซาะ (protective measures) ในเชิงเปรียบเทียบ คุณลักษณะของเสาเข็ม (AS 2159) แนะนำให้ใช้เหล็กละมุน (mild steel) […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด แนวทางการใช้สเตนเลสฝังดิน (GUIDELINES FOR USE OF STAINLESS STEEL IN THE GROUND)