แสดงบทความตามหมวด ‘1- ความรู้พื้นฐาน’

ความเงาเหล็กกล้าไร้สนิม (Gloss of Stainless steel)

อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ในรูป PDF เหล็กกล้าไร้สนิมเป็นโลหะขายความสวยงามของผิว ในทางการค้า จำเป็นต้องระบุชนิดของผิวสำเร็จเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทางการค้า ด้วยเหตุที่ว่าผิวเหล็กกล้าไร้สนิมต่างชนิดจะให้ค่าความเงาแตกต่างกัน  ในอดีดการอ้างอิงความเงาทางการค้านิยมใช้แผ่นตัวอย่างอ้างอิงเพื่อการเทียบเคียงเปรียบเทียบ แต่ปัจจุบันนิยมใช้ค่าความเงา (Gloss value) เป็นข้อกำหนดคุณลักษณะความเงาเป็นข้อตกลงในทางการค้า   1. มนุษย์กับความสามารถในการมองเห็นความแตกต่างของความเงา หากมีการวัดความเงาผิวของวัสดุสองชนิด คำถามคือหากมองด้วยสายตา เราจะจำแนกระดับค่าความเงาเป็นตัวเลขได้หรือไม่ ?  และที่สำคัญกว่านั้นคือ เราจะสามารถแยกความแตกต่างของความเงาทั้งสองผิวได้อย่างชัดเจนถูกต้องเพียงไร ? เมื่อเราวัดค่าความเงาด้วยเครื่องวัดความเงามุม 60 องศา ก็จะได้ค่าความเงาหนึ่ง ทั้งนี้ย่อมขึ้นกับระดับความเงาของชิ้นงานตัวอย่าง เช่น ในกรณีชิ้นงานตัวอย่างที่มีค่าความเงา 3 GU กับชิ้นงานตัวอย่าง 5 GU บางทีสายตาคนเราก็สามารถแยกแยะได้ แต่ในกรณีความเงามากประมาณ 60 GU กับ 70 GU ความแตกต่างเช่นนี้ก็อาจยากเกินกว่าความสามารถของสายตา มีหนทางหนึ่งที่เราสามารถจำแนกความคาดเคลื่อนด้านความเงาของผลิตภัณฑ์เรา โดยอาศัยประสบการณ์ หนทางหนึ่งคือ การจัดเตรียมชิ้นงานตัวอย่างหลากหลายระดับความเงาเพื่อใช้อ้างอิง วิธีการนี้เรามักใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นทางเลือกที่เราใช้กันจนเคยชินในกลุ่มผู้ใช้งานกับผู้ผลิต ปัจจุบันมีทางเลือกหนึ่งที่เริ่มนิยมใช้กันมากขึ้น คือการใช้เครื่องวัดความเงามุม 200 600 และ 850 การวัดความเงาที่มุม 850 จะมีความแม่นยำสูงสำหรับระดับความเงาต่ำกว่า […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด ความเงาเหล็กกล้าไร้สนิม (Gloss of Stainless steel)

อิทธิพลของธาตุผสมในเหล็กกล้าไร้สนิม (The influence of alloy elements in stainless steel)

อิทธิพลของธาตุผสมในเหล็กกล้าไร้สนิม   นับตั้งแต่ปี พ.ศ 2364 นักโลหะวิทยาชาวฝรั่งเศส  ปิแอร์ เบอร์แทร์ (Pierre Berthier) เขาพบว่าเมื่อโลหะผสมกับโครเมียมจะมีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนจากกรดบางชนิด จนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 190 ปีแล้ว เหล็กกล้าไร้สนิมได้พัฒนาไปมากกว่า 200 ชนิดกระจายไปใน 5 กลุ่ม แม้จะเป็นที่เข้าใจกันว่า พัฒนาการเริ่มต้นของเหล็กกล้าไร้สนิมมาจากแรงผลักดันของความต้องการสร้างอาวุธแถบประเทศยุโรป เพื่อใช้ห้ำหั่นกันในสมัยสงความโลก แต่หลังสงความโลกสิ้นสุดลงพัฒนาการของเหล็กกล้าไร้สนิมยังมีอย่างต่อเนื่องยิ่งกว่านั้นผลิตภัณฑ์ได้กระจายไปทั่วโลก และแน่นอนผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อการสงความอีกต่อไป   ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปนานแค่ไหน ชนิดของธาตุเคมีที่ผสมในเหล็กกล้าไร้สนิมจะมีมากน้อยเพียงใด แต่ทว่า องค์ประกอบทั้งหลายเหล่านั้นในเหล็กกล้าไร้สนิม ยังคงความเดิมในคุณภาพและอิทธิพลต่อเหล็กกล้าไร้สนิมไม่เปลี่ยนแปลง มันเป็นเช่นนี้ในอดีต ปัจจุบัน และยังคงจะเป็นเช่นนี้ในกาลข้างหน้า โดยไม่อาจมีสิ่งใดจะหักล้างได้ตราบใดโลกนี้ยังคงดำรงอยู่ ความมั่นคงยั่งยืนย่อมดำเนินต่อไปเช่นนี้ไป เหล็กกล้าไร้สนิมทั้ง 5 กลุ่ม มีองค์ประกอบธาตุผสมอยู่ราว 15 ธาตุ และเป็นธาตุหลักราว 9 ธาตุ ทั้งนี้ธาตุเหล่านี้สามารถแยกตามลักษณะโครงสร้างใน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโครงสร้างเฟอร์ไรท์ กลุ่มโครงสร้างออสเทนไนท์ และกลุ่มโครงสร้างเป็นกลาง ในบทความนี้ท่านจะได้พบกับอิทธิพลของธาตุแต่ละตัวที่ผสมในเหล็กกล้าไร้สนิม      โครเมียม […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด อิทธิพลของธาตุผสมในเหล็กกล้าไร้สนิม (The influence of alloy elements in stainless steel)

อุณหภูมิสูงสุดในการใช้งานสเตนเลส (Maximum service temperatures in air for stainless steels)

บทนำ การใช้งานที่อุณหภูมิสูงสุดที่จะไม่เกิดออกซิเดชั่น สำหรับสเตนเลสที่มีความต้านทานความร้อนได้แสดงไว้ในเอกสาร ตาราง B2 มาตรฐาน EN 10095 ซึ่งมีประโยชน์มาก และครอบคุมถึงการออกแบบเพื่อการใช้งานที่อุณหภูมิสูงด้วย นอกจากนี้ยังดูได้จากเอกสารคู่มือของ ASM ในหัวข้อสเตนเลส เพื่อค้นหาช่วงอุณหภูมิใช้งานสำหรับสเตนเลส การเปรียบเทียบอุณหภูมิการใช้งานสูงสุด ภายใต้สภาวะเงื่อนไขที่อยู่ในอุณหภูมินั้นแบบไม่ต่อเนื่อง (intermittent) หรือในสภาวะที่ได้รับอุณหภูมินั่นเป็นช่วง (cyclic) [ที่ชึ่งฟิล์มออกไซด์ปกป้องจะแตกหลุดออกเป็นผลให้อายุการใช้งานลดลง]  ได้สรุปไว้ในบทความนี้ แต่ขอเน้นว่าข้อมูลเหล่านี้ใช้เป็นค่าแนะนำเท่านั้น การเลือกใช้ชนิดสเตนเลสเพื่อการใช้งานที่ทนการเกิดออกซิเดชั่น (oxidation) นั้น ในการออกแบบควรพิจารณาถึงประเด็นความแข็งแรงที่อุณหภูมิการใช้งานนั้นด้วย สเตนเลสชนิดออสเทนนิติก จากข้อมูลอาจเห็นถึงว่ามีข้อขัดแย้งบางอย่าง ในขณะที่มาตรฐาน EN 10095 แนะนำว่าเกรด 321 (1.4541 / 1.4878) จะ “ด้อย” กว่า เกรด 316  และ 304 ดังแสดงในข้อมูล ASM เมื่อพิจารณาปริมาณของโครเมียมของทั้ง 3 เกรด จะเห็นได้ว่าความสามารถในการใช้งานที่อูณหภูมิสูงสุดน่าจะเท่ากัน (เกรด 321 ปกติมีไททาเนียมผสมอยู่เพื่อเพิ่มความเฉถียร เป็นผลทำให้ที่อุณหภูมิสูง (elevated temperature) […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด อุณหภูมิสูงสุดในการใช้งานสเตนเลส (Maximum service temperatures in air for stainless steels)