แสดงบทความตามหมวด ‘: การค้าและบริโภค’

มุมมองการผลิตและบริโภคสเตนเลสของโลก (Review World Top Stainless Steel Producer and Consumer)

  1.      การบริโภคสเตนเลสสูงสุดเชิงประเทศ     นับแต่มีการผลิตสเตนเลสในเชิงอุตสาหกรรมเพื่อการจำหน่วยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1912 เป็นต้นมา ในระยะเริ่มต้น กล่าวได้ว่าสเตนเลสยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในย่านเอเชีย กว่า 100 ปีที่ผ่านมา พัฒนาการด้านเทคโนโลยีการผลิตและงานวิจัยคิดค้นสเตนเลสชนิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย ด้วยแรงจูงใจอันหลากหลายและนานับวัตถุประสงค์ แม้กระทั่งเพื่องานสงคราม เพื่อความสวยงาม เพื่อความทนทาน เพื่องานร้อนเย็น เพื่อนวัตกรรม เพื่อปฏิมากรรม เพื่อสุขอนามัย เพื่อพลังงาน เพื่อการขนส่ง เพื่ออุตสาหกรรม เพื่องานสำตรวจ และรวมถึงเพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในโลกใบนี้ด้วย จนปัจจุบันมีสเตนเลสใช้งานในโลกนี้กว่า 200 ชนิด      ทุกวันนี้โลกมีอัตราการบริโภคสเตนเลสกว่า 28 ล้านตัน โดยช่วงแรกปี 1995- 2000 มีอัตราเติบโตร้อยละเฉลี่ยของการบริโภคสเตนเลสเพียงร้อนละ 4 ต่อปี แต่หลังปี 2000 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึงร้อยละ 10 ต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหลังปี 2000 คนหันมาใช้สเตนเลสมากขึ้นอย่างมาก ข้อมูลสถิติปี ค.ศ. 2011 ประเทศ 12 อันดับแรกที่บริโภคสเตนเลสต่อประชากรมากที่สุดได้แก่ […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด มุมมองการผลิตและบริโภคสเตนเลสของโลก (Review World Top Stainless Steel Producer and Consumer)

อัตราการบริโภคเหล็กกล้าไร้สนิมต่อประชากร

  อัตราการบริโภคเหล็กกล้าไร้สนิมต่อประชากร (stainless consumption-capita)   เหล็กกล้าไร้สนิม เป็นคำไทยที่ใช้เรียกเหล็กกล้าสเตนเลส “stainless steel” คำภาษาอังกฤษคำนี้ถูกเรียกครั้งแรกโดย เออร์เนส์ท สะทูอาร์ท (Ernest Stuart) ชาวอังกฤษในปี ค.ศ. 1912 และอาจถือได้ว่าธุรกิจการผลิตและจำหน่วยสเตนเลสเพื่อการใช้งานต่างๆ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปีนั้น และนับถึงปัจจุบันก็ราว 100 ปีแล้ว ในระยะเวลาร่วม 100 ปีที่ผ่านมา มีพัฒนาการด้านการผลิตและคิดค้นสเตนเลสกลุ่มต่างๆ ชนิดต่างๆ มากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายทั่งเพื่อความสวยงาม เพื่อความทนทาน เพื่อการประดิษฐ์ เพื่อสุขอนามัย และรวมถึงเพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในโลกใบนี้ด้วย จนปัจจุบันมีสเตนเลสใช้งานในโลกนี้กว่า 200 ชนิด   ทุกวันนี้โลกมีประชากรอยู่ราว 6,700 ล้านคน มีอัตราการบริโภคสเตนเลสอยู่ราว 30 ล้านตัน คิดเป็นอัตราเติบโตร้อยละ 10 ต่อปี คิดเป็นอัตราบริโภคต่อประชากรอยู่ที่ 4.5 กิโลกรัมต่อคนต่อปี โดยแบ่งสัดส่วนการบริโภคสเตนเลสเป็นกลุ่มสเตนเลส 200 ร้อยละ 10 กลุ่มสเตนเลส 300 ราวร้อยละ […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด อัตราการบริโภคเหล็กกล้าไร้สนิมต่อประชากร

บทพิเคราะห์ ราคาสเตนเลสรีดเย็นกับภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก

บทพิเคราะห์ ราคาสเตนเลสรีดเย็นกับภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก ราคานิกเกิลปีนี้เกิดการผันผวนอีกครั้งนับแต่เริ่มไตรมาสที่ 2 ราคาค่อยๆ ปรับลงและเกิดขยับขึ้นเล็กน้อยในต้นไตรมาสที่ 3 แต่กลับมาจมดิ่งอีกครั้งในปลายไตรมาสที่ 3และถือว่าลงต่ำสุดของราคาปีนี้ในขณะนี้โดยยังคงไม่สามารถประเมินอย่างแม่นยำได้ว่าถึงจุดต่ำสุดที่แท้จริงหรือไม่ โดยคงไม่ต้องพูดถึงว่ามีโอกาสปรับขึ้นอีกเมื่อไหร่ ช่วงระหว่างปี ค.ศ 1995 – 2003 เป็นช่วงที่ราคาเหล็กกล้าไร้สนิมมีความเสถียรภาพมาก ราคาโดยเฉลี่ยต่อตันราว 1,600 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากราคานิคเกิลซื้อขายเฉลี่ยไม่เกิน 10,000 เหรียญยูเอสต่อตัน     ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2004 – 2006 เป็นช่วงขยายกำลังการผลิตสเตนเลสไปทั่วโลก ความต้องการนิกเกิลเติบโตขึ้นตามมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นของสเตนเลส ราคาสเตนเลสโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 400 ดอนลาร์ต่อตัน แต่ผลการซื้อขายล่วงหน้าในปี 2007 ส่งผลให้ราคานิกเกิลทำสถิติขึ้นสูงสุดอย่างฉับพลันในประว้ติศาสตร์ที่ 50,000 ดอนลาร์ต่อตัน ยังผลให้สเตนเลสรีดเย็นชนิด 304 ในตลาดเอเชียมีราคาต่อตันสูงกว่า 4,000 เหรียญด้วยเหตุที่ราคาไม่สอดคล้องกับพื้นฐานความเป็นจริงในเชิงธุรกิจ ราคาก็ตกลงอย่างฉับพลันอย่างต่อเนื่องตามสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจของอเมริกาเริ่มขยายตัวมากขึ้นจนนำไปสู่วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2009 ผลทำให้ราคานิกเกิลดำดิ่งสู่หายนะที่ 10,000 เหรียญต่อตัน   ราคาสเตนเลสค่อยปรับตัวขึ้นอีกครั้งตามราคานิกเกิลและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ทุกประเทศเดินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแข็งขันในครึ่งปีหลังของปี 2009 ต่อเนื่องถึงตลอดปี […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด บทพิเคราะห์ ราคาสเตนเลสรีดเย็นกับภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก