สเตนเลสผิวสีและการใช้งาน (stainless steels coloring and appliction) บทนำ สเตนเลสสามารถทำสีได้โดยการทาสีไม่ก็ทำโดยกรรมวิธีทางเคมี ทั้งสองวิธีมีความทนทานต่อการใช้งานได้ดี แต่หากเกิดความเสียหายขึ้นก็ซ่อมแซมได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวสีที่ทำโดยกรรมวิธีทางเคมี การทาสีถือว่าเป็นผิวชั้นที่สองที่อยู่เหนือชั้นผิวของวัสดุคืออยู่บนผิวของสเตนเลสในขณะที่การทำสีโดยกรรมวิธีทางเคมีจะถือเป็นส่วนหนึ่งที่ถัดจากความหนาและฟิล์มต้าน (passive film) ของสเตนเลส บทความนี้จะอธิบายถึงคุณลักษณะและการใช้งานสำหรับการทำสีโดยกรรมวิธีทางเคมีของสเตนเลสแผ่น   กรรมวิธีการทำสีผิวสเตนเลสด้วยสารเคมี การทำสีผิวสเตนเลส ปกติมักทำกับสเตนเลสแผ่น ถึงแม้ว่ามันอาจเป็นไปได้ที่จะทำสีกับชิ้นงานประกอบสำเร็จแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สเตนเลสที่จะประสบความสำเร็จในการทำสี ต้องเป็นสเตนเลสที่มีคุณภาพผิวที่ดีเลิศเท่านั้น การทำสีโดยกรรมวิธีทางเคมีบนผิวสเตนเลสจะใช้กรดผสมระหว่างกรดโครมิก (chromic) และกรดซัลฟูริก  (sulphuric) ส่งผลให้เกิดความหนาของชั้นฟิล์มต้าน (passive film) บนพื้นผิวสเตนเลส ทั้งนี้ขึ้นกับเวลาที่ใช้แช่ในสารละลายกรด โดยมีสองกระบวนการของการแช่ ที่ต้องมีการควบคุมอย่างใกล้ชิดตามพารามิเตอร์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด และทักษะของผู้ปฏิบัติงานอีกด้วย เพื่อให้ได้สีที่ต้องการและมีความสม่ำเสมอ  บ่อยครั้งที่การทำผิวสีดำ แบล์คเคนด์ (blackened) สามารถทำโดยการจุ่มแช่ในบ่อเกลือของสารละลายโซเดียม ไดโครเมต  (sodium dichromate) ที่อุณหภูมิ  400 oC ซึ่งจะไม่กล่าวถึงรายละเอียดในบทความนี้ สีผิวที่ได้ เป็นผลของคลื่นแสงตกกระทบจากการรบกวน ซึ่งแสงที่สะท้อนให้เห็นเกิดจากความหนาของฟิล์มต้านที่ผิว และการส่งผ่านของแสงระหว่างชั้นฟิล์มต้านกับชั้นผิวของโลหะ ลำดับการสร้างสีเกิดขึ้นขณะการเพิ่มขึ้นของชั้นฟิล์มในช่วงความหนาต่างๆ ตั้งแต่ สีเงิน […]