ผลการค้นหา ‘304’

ความเงาเหล็กกล้าไร้สนิม (Gloss of Stainless steel)

อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ในรูป PDF เหล็กกล้าไร้สนิมเป็นโลหะขายความสวยงามของผิว ในทางการค้า จำเป็นต้องระบุชนิดของผิวสำเร็จเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทางการค้า ด้วยเหตุที่ว่าผิวเหล็กกล้าไร้สนิมต่างชนิดจะให้ค่าความเงาแตกต่างกัน  ในอดีดการอ้างอิงความเงาทางการค้านิยมใช้แผ่นตัวอย่างอ้างอิงเพื่อการเทียบเคียงเปรียบเทียบ แต่ปัจจุบันนิยมใช้ค่าความเงา (Gloss value) เป็นข้อกำหนดคุณลักษณะความเงาเป็นข้อตกลงในทางการค้า   1. มนุษย์กับความสามารถในการมองเห็นความแตกต่างของความเงา หากมีการวัดความเงาผิวของวัสดุสองชนิด คำถามคือหากมองด้วยสายตา เราจะจำแนกระดับค่าความเงาเป็นตัวเลขได้หรือไม่ ?  และที่สำคัญกว่านั้นคือ เราจะสามารถแยกความแตกต่างของความเงาทั้งสองผิวได้อย่างชัดเจนถูกต้องเพียงไร ? เมื่อเราวัดค่าความเงาด้วยเครื่องวัดความเงามุม 60 องศา ก็จะได้ค่าความเงาหนึ่ง ทั้งนี้ย่อมขึ้นกับระดับความเงาของชิ้นงานตัวอย่าง เช่น ในกรณีชิ้นงานตัวอย่างที่มีค่าความเงา 3 GU กับชิ้นงานตัวอย่าง 5 GU บางทีสายตาคนเราก็สามารถแยกแยะได้ แต่ในกรณีความเงามากประมาณ 60 GU กับ 70 GU ความแตกต่างเช่นนี้ก็อาจยากเกินกว่าความสามารถของสายตา มีหนทางหนึ่งที่เราสามารถจำแนกความคาดเคลื่อนด้านความเงาของผลิตภัณฑ์เรา โดยอาศัยประสบการณ์ หนทางหนึ่งคือ การจัดเตรียมชิ้นงานตัวอย่างหลากหลายระดับความเงาเพื่อใช้อ้างอิง วิธีการนี้เรามักใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นทางเลือกที่เราใช้กันจนเคยชินในกลุ่มผู้ใช้งานกับผู้ผลิต ปัจจุบันมีทางเลือกหนึ่งที่เริ่มนิยมใช้กันมากขึ้น คือการใช้เครื่องวัดความเงามุม 200 600 และ 850 การวัดความเงาที่มุม 850 จะมีความแม่นยำสูงสำหรับระดับความเงาต่ำกว่า […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด ความเงาเหล็กกล้าไร้สนิม (Gloss of Stainless steel)

ผลของกรรมวิธีทางความร้อนต่อสมบัติเชิงกลของสเตนเลส AISI304 (Effect of Heat Treatment Temperature on Mechanical Properties of the AISI 304 Stainless Steel)

บทคัดย่อ : สเตนเลสกลุ่มออสเทนไนท์มีความไวต่ออุณหภูมิสูงช่วง 470-750 oC เนื่องจากการตกผลึกของคาร์ไบด์ที่ขอบเกรน การตกผลึกตรงขอบเกรนสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อสมบัติต้านทานการกัดกร่อนรอบขอบเกรน และลดความแข็งแรงดึง (tensile) ของวัสดุ เฉพาะอย่างยิ่งความแข็งแรงและความเหนียว รายงานชิ้นนี้จะประเมินจุดเหมาะสมของกรรมวิธีทางความร้อนสำหรับแนวทางการอบอ่อนของสเตนเลส AISI304 หลังการกระตุ้น (sensitization) มาตรฐานชิ้นงานทดสอบแรงดึงและความแข็งจัดเตรียมโดยเครื่องกลึงความแม่นยำสูง ชิ้นงานเหล่านี้ผ่านกรรมวิธีทางความร้อนหลายขั้นตอน ประกอบด้วยการกระตุ้นที่ 660 oC ตามด้วยการเป่าให้เย็นด้วยลม จากนั้นนำไปอบอ่อนที่อุณหภูมิแตกต่างกันห้าแบบ 1010 oC 1050 oC 1090 oC 1140 oC 1190 oC ตามด้วยการชุปแข็งในน้ำ (water Quenching) ชิ้นงานเหล่านนี้จะนำไปทดสอบสมบัติเชิงกลด้าน ความแข็งและแรงดึง อิทธิพลของกระบวนการทางความร้อนและอุณหภูมิต่อสมบัติเชิงกลของชิ้นงาน 304 ทั้งชิ้นงานตั้งต้น (as-received) หลังกระตุ้น (sensitized) และหลังอบอ่อน (solution annealed) จะถูกประเมิน การสอบสวนเผยให้เห็นถึงชิ้นงานที่ผ่านการกระตุ้นให้ค่าความแข็งสูงสุดที่ 660 oC ขณะที่ค่าความแข็งสูงสุดไปถึงอุณหภูมิ 1090 oC สำหรับการอบอ่อนสเตนเลส 304 […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด ผลของกรรมวิธีทางความร้อนต่อสมบัติเชิงกลของสเตนเลส AISI304 (Effect of Heat Treatment Temperature on Mechanical Properties of the AISI 304 Stainless Steel)

สเตนเลสในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (Stainless steel in Automotive)

สเตนเลสในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (Stainless steel in Automotive)   1.      โลกแห่งยานยนต์ ทั่วโลกมีปริมาณการผลิตรถยนต์ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละราว 4.5% ประมาณการณ์สำหรับปีนี้ (2014) กว่า 90 ล้านคัน และสิ้นปี 2018 ประมาณปริมาณการผลิตกว่า 100 ล้านคัน โดย 75% เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล (Passenger cars) เมื่อพิจารณาในเชิงการผลิต ประเทศจีน อเมริกา และญี่ปุ่นเป็น 3 ประเทศที่มียอดการผลิตรถยนต์มากที่สุดในโลก ในสัดส่วน 23% 11% และ 10% ตามลำดับ หากพิจารณาในเชิงการขาย ประเทศจีน อเมริกา และญี่ปุ่นก็ยังคงเป็น 3 ประเทศแรกที่มีการขายรถยนต์มากที่สุดในโลก ในสัดส่วน 26% 18% และ 6% ตามลำดับ ข้อพีงสังเกตุก็คือ จีนและอเมริกามียอดขายมากกว่ายอดผลิต แต่ญี่ปุ่นมียอดผลิตมากกว่ายอดขาย เมื่อพิจารณาแคบเข้ามาในตลาดอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ […]

อ่านต่อบทความทั้งหมด สเตนเลสในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (Stainless steel in Automotive)